หลักเกณฑ์ในการพิจารณาความดีความชอบและขึ้นเงินเดือนบุคลากร
ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙
๑. ให้ขึ้นเงินเดือนประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ ภายในกรอบวงเงินไม่เกินร้อยละ ๔ (ไม่รวมอัตราว่าง)
๒. ให้แต่ละส่วนงานพิจารณาความดีความชอบเฉพาะผู้มีสิทธิ์ขึ้นเงินเดือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ โดยให้ใช้แบบฟอร์มใบรวมคะแนนตามแบบ บค. ๓๘, บค.๔๐, บค.๔๒ หรือ บค.๔๔ ที่ กบม.กำหนด แล้วนำคะแนนที่ผ่านการพิจารณาโดยคณะกรรมการขึ้นเงินเดือนฯ มาเทียบตามหลักเกณฑ์การเทียบคะแนนผลการปฏิบัติงานเป็นค่าร้อยละสำหรับการขึ้นเงินเดือน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ เพื่อประกอบการพิจารณา ของคณะกรรมการบริหารงานบุคคล
๓. บุคลากรผู้มีสิทธิ์ขึ้นเงินเดือน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จะต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่ระบุไว้ในข้อ ๑๑ แห่งประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การเลื่อนขั้นเงินเดือนบุคลากร พ.ศ. ๒๕๔๒
๔. บุคลากรผู้มีสิทธิขึ้นเงินเดือน ในปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๙ จะต้องได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ประจำของตน หรือหน้าที่อื่นที่มหาวิทยาลัยมอบหมายให้ปฏิบัติ ไม่น้อยกว่าแปดเดือน ตามข้อ ๕ แห่งประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การเลื่อนขั้นเงินเดือนบุคลากร พ.ศ.๒๕๔๒
๕. บุคลากรที่อยู่ระหว่างการทดลองปฏิบัติงาน ซึ่งยังไม่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้ง แต่ปฏิบัติงานมาแล้ว ไม่น้อยกว่าแปดเดือน ให้ได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนประจำปีตามผลการปฏิบัติงานจริง
๖. บุคลากรที่จะครบเกษียณอายุการปฏิบัติงาน ให้ได้รับการพิจารณาความดีความชอบและขึ้นเงินเดือน
๗. ให้แต่ละส่วนงานพิจารณาความดีความชอบของบุคลากรที่จะได้คะแนนระดับดีเยี่ยม ให้ถือตามเกณฑ์ ดังนี้ โดยบุคลากรภายในส่วนงาน (ไม่นับรวมผู้ดำรงตำแหน่งบริหาร) มีจำนวนตั้งแต่ ๑-๑๐ รูป/คนให้มีผู้ได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมได้ ๑ รูป/คน บุคลากรภายใน ส่วนงานมีจำนวน ๑๑-๑๕ รูป/คน ให้มีผู้ได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมได้ ๒ รูป/คน บุคลากรภายในส่วนงานจำนวน ๑๖-๒๐ รูป/คน ให้มีผู้ได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมได้ ๓ รูป/คน เว้นแต่คณะกรรมการฯ จะพิจารณาเป็นอย่างอื่น
๘. บุคลากรที่มีผลการประเมินการปฏิบัติงานดีเยี่ยม และ/หรือระดับพอใช้ ให้หัวหน้าส่วนงานชี้แจงเป็นเอกสาร อธิบายเหตุผล รวมถึงภาระงานและผลสำเร็จของงาน ตามแบบฟอร์มที่มหาวิทยาลัยกำหนด
๙. บุคลากรที่อยู่ระหว่างการถูกสอบสวนทางวินัย หรืออยู่ระหว่างการถูกฟ้องคดีอาญา ให้ผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรผู้นั้นตามหลักเกณฑ์ปกติ แต่ให้ชะลอการขึ้นเงินเดือนของบุคลการผู้นั้นไว้ก่อน จนกว่าการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีจะสิ้นสุด จึงให้ผู้มีอำนาจสั่งให้ขึ้นเงินเดือนหรืองดการขึ้นเงินเดือน ตามความในข้อ ๑๕ แห่งประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่องการเลื่อนขั้นเงินเดือนบุคลากร พ.ศ.๒๕๔๒
๑๐. ผู้เป็นลูกหนี้เงินยืมของมหาวิทยาลัยตั้งแต่อดีตจนถึงปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๘ ที่ยังมิได้คืนเงินยืม (ยกเว้นกรณียืมเงินทดรองจ่ายที่ยืมในเดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ) จะไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขึ้นเงินเดือน ตามความในข้อ ๑๕/๑ แห่งประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การเลื่อนขั้น
เงินเดือนบุคลากร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๕ ประกอบความในข้อ ๑๑ แห่งประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจ่ายเงินยืมทดรองจ่าย พ.ศ. ๒๕๕๖
๑๑. กรณีบุคลากรที่ลาศึกษาต่อ ให้พิจารณาความดีความชอบ ดังนี้
๑) ผู้ที่ลาศึกษาต่อในประเทศเต็มเวลา หรือผู้ที่ลาศึกษาต่อต่างประเทศ จะไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือน
๒) ผู้ที่ลาศึกษาต่อในประเทศแบบไม่เต็มเวลา โดยจะปฏิบัติงานในวันที่ไม่ได้ไปเรียน และปฏิบัติงานชดเชยเพื่อสิทธิในการขึ้นเงินเดือนประจำปี ถ้าอยู่ระหว่างศึกษาหรือยังไม่จบ Course Work ให้ได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนไม่เกินร้อยละ ๒.๕ ผู้ที่ศึกษาจบรายวิชา หรือจบ Course Work แล้ว และได้
มีหนังสือขอกลับเข้าทำงานต่อคณะกรรมการบริหารงานบุคคลแล้ว คณะกรรมการฯ รับทราบแล้ว ให้ได้รับการพิจารณาขึ้นเงินเดือนไม่เกินร้อยละ ๓
๑๒. บุคลากรของมหาวิทยาลัยผู้มีสิทธิขึ้นเงินเดือน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติประจำปีของมหาวิทยาลัยอย่างสม่ำเสมอ ตามประกาศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เรื่อง การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๗
๑๓. ตารางหลักเกณฑ์การเทียบคะแนนผลการปฏิบัติงานเป็นค่าร้อยละ สำหรับการขึ้นเงินเดือนบุคลากร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ให้ใช้ได้ทั้งตำแหน่งประเภทวิชาการ ตำแหน่งปฏิบัติการวิชาชีพและบริหารทั่วไป และปะเภทบริหารวิชาการ
๑๔. การปรับเศษ ให้ปรับเศษของหลักหน่วยเป็น ๐ (ศูนย์) กรณีที่หลักหน่วยต่ำกว่า ๕ ให้ปรับลดลง กรณีหลักหน่วยตั้งแต่ ๕ ขึ้นไป ให้ปรับขึ้น
๑๕. กรอบวงเงินที่เหลือจากการพิจารณาขึ้นเงินเดือน ให้เป็นอำนาจในการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาความดีความชอบขึ้นเงินเดือนบุคลากร หรือเป็นอำนาจของอธิการบดี
๑๖. การดำเนินการพิจารณาความดีความชอบฯ ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๕๖๘